ด่วน!!! พี่สาวชี้ชัดคดี “น้องเมย” ลั่น!! รู้ตัวคนฆ่าแล้ว แถมอวัยวะที่ได้มาไม่เชื่อจะเป็นของจริง หลังพบพิรุธที่เกินให้อภัย

เป็นเรื่องที่ยืดยื้อมานาน สำหรับคดีของ “น้องเมย” ที่ต้องผ่าศพพิสูจน์ถึง 2 ครั้ง ล่าสุด พี่สาวของน้องเมย ถึงกับเอ่ยว่า “รู้ตัวคนร้ายแล้ว” และอวัยวะที่ได้มาก็ไม่เชื่อว่าจะเป็นของน้องเมย และการที่ซี่โครงหักอาจถูกล็อกคอก็เป็นได้

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 รายการโหนกระแส ช่อง 28 ได้เชิญ คุณพิเชรษฐ ตัญกาญจน์, คุณสุกัญญา ตัญกาญจน์ และน้องเมี่ยง สุพิชา ตัญกาญจน์ พ่อ แม่ และพี่สาวของ น้องเมย ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารเสียชีวิตปริศนา ซึ่งทางครอบครัวได้เผยว่ามีข้อพิรุธ พบว่าน้องเมย อาจถูกล็อกคอ และการที่ซี่โครงหัก ไม่ได้เกิดจากการ CPR อีกทั้งเชื่อว่าอวัยวะที่ได้มา อาจจะไม่ใช่ของน้องเมย และรู้ตัวคนที่ทำร้ายน้องเมยจนเสียชีวิตแล้ว

– ขอย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 ต.ค. เป็นวันเสียชีวิตของน้องวันเหตุการณ์เกิดอะไรขึ้น

คุณแม่ : เกิดอะไรขึ้นคุณแม่ไม่ทราบ แต่มีโทรศัพท์จากผู้พันเข้ามาตอนเที่ยงกว่า ๆ ได้คุยกับลูกแป๊บนึง หลังจากคุณหมอโทร. มา เราก็ได้คุยกับน้อง ได้คุย ซึ่งได้คุยแค่นิดเดียว น้องบอกว่ายังไม่หายป่วยเลย…

– ก่อนหน้านั้นน้องเมยป่วยเหรอครับ

คุณแม่ : ก็ที่เขาพูดกันว่าตกบันได แล้วส่งไปเอ็กซเรย์ ก็ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีอะไรแตกหัก ก็ปกติดี พอกลับมาส่งเขาก็บอกว่าเขายังไม่หายป่วยเลย เขาบอกว่าอย่าไปเชื่อผู้พัน หลังจากนั้นอีกสักหนึ่งผู้พันก็โทร. เข้ามาอีก แต่เป็นจังหวะที่ซ้อนสายกับทางคุณหมอ มันก็จะงง แป๊บนึง คุณหมอก็บอกว่าคุณแม่ต้องรีบมาที่โรงเรียนด่วนเลยนะ คุณแม่ก็ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาก็บอกว่าต้องมาเดี๋ยวนี้ เราก็ถามว่าคุณพูดแบบนี้ใจไม่ดีแล้วนะ คือตอนนั้นมันพูดไม่ออก รีบไปเร็วได้เท่าไหร่ เรารีบไปให้เร็วที่สุด แต่ช่วง 5 โมงกว่าเราจะไปเร็วกว่านั้นไม่ได้ กว่าจะถึงก็เป็นชั่วโมง

– พอไปถึงก็ทราบว่าน้องเสียชีวิต

คุณแม่ : ก็ทราบก่อนหน้าที่จะไปถึง เพราะคุณหมอโทร. มาตลอด ถามว่าจารจรเป็นยังไง เราก็บอกว่าช่วยเขาเขาก่อนให้เราไปถึงก่อน

– คือตอนไปถึงคุณแม่ก็ไม่รู้เลยใช่มั้ยว่าน้องไม่มีอวัยวะบางส่วนในร่างกาย

คุณแม่ : ยังไม่ได้ทำอะไร คืนนั้นก็ปรึกษากับเจ้าหน้าที่โรงเรียนว่าจะนำเคลื่อนร่างน้อง แต่คุณแม่ไม่รับอะไรแล้ว เขาพูดไป เราก็ดูลูกอย่างเดียว”

– ทางครอบครัวมาทราบได้ยังไงว่าอวัยวะบางส่วนของน้อยหายไป

พี่สาว : หนูนำร่างก็เมยไปชันสูตรครั้งที่ 2 ซึ่งเคสนี้เป็นเคสพิเศษ เขาก็จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้วจะเชิญ เราไปดูด้วย ขั้นตอนชันสูตรพอเปิดกะโหลกขึ้นมาก็ไม่มีสมอง เราก็เริ่มตกใจแล้ว หมอก็บอกว่าเพิ่งตกใจ เพราะเขาอาจะเก็บอวัยวะไว้ที่ช่องท้องอย่างเดียว แต่พอเปิดช่องท้อง ไม่มี หัวใจก็ไม่มี กระเพาะอาหาร กระเพาะปัสสาวะก็ไม่มี เรียกว่าเป็นเศษปวด เศษตับ และกระดาษซับเลือดอยู่ข้างใน…

– ครอบครัวมั่นใจว่าน้องไม่ได้หัวใจวายเฉียบพันแต่ถูกทำร้าย

พี่สาว : มันน่าจะเป็นเหตุมาก่อน ทำให้หัวใจล้มเหลวเฉียบพันเป็นไปได้ มันเป็นเหตุประกอบไปได้หมด หัวใจวายเฉียบพันมันเกิดจากหลายสาเหตุ เราก็ได้ถามกับแพทย์ แต่เราขออนุญาติไม่ระบุสาเหตุ

– แต่เมื่อวานตำรวจสั่งฟ้องผู้ต้องหา พบว่าน้องเมยโดนล็อคคอ ซี่โครงหักไม่ใช่เพราะ CPR

พี่สาว : เรื่องการล็อกคอ วันที่ไปรับผลการชันสูตร คุณหมอเขาจะอธิบายว่าเกิดจากอะไรบ้าง เราก็ถามว่าเป็นไปได้มั้ยที่จะถูกล็อกคอ เขาก็บอกว่าเป็นไปได้ เป็นการสันนิฐาน

– อีกสิ่งหนึ่ง ณ วันนี้ อวัยวะของน้อง ครอบครัวยังไม่มั่นใจเลยว่าเป็นของน้องเมย

พี่สาว : เพราะว่าในการตรวจสอบ ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นของน้องเมยมั้ย

– เรื่องเกิด ต.ค. จนเดือน ก.พ. แล้ว ยังไม่รู้เลย

พี่สาว : คือเรายังไม่รู้ของเมยหรือเปล่า เราไม่เคยรับเลยว่าสิ่งที่รับมาเป็นของเมยหรือเปล่า เราแค่รับมาเพื่อให้ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบ ว่าใช่คู่ดีเอ็นเอของเขาหรือเปล่า ซึ่งเรายังไม่ได้รับตอบ

– ได้มีการสอบไปมั้ยครับ

พี่สาว : ถามค่ะ แต่เราทำความเข้าใจว่าอวัยวะพวกนี้ถูกนำมาจากพระมงกุฏ เราไม่รู้เลยว่าใช่หรือไม่ใช่ นิติวิทยาศาสตร์เป็นที่ที่สอง ซึ่งเราเข้าใจไม่อยากเร่ง ถ้าผิดพลาดมันต้องผิดพลาดมาจากที่แรกใช่มั้ยคะ

คุณพ่อ : ผมถามกับที่ทางพระมงกุฏตั้งแต่วันแรกแล้วว่า ของที่ส่งมามันใช่ของน้องเมยจริงหรือเปล่า ที่ถามเพราะว่าการผ่าแล้วไม่นำอวัยวะกลับไปในส่วนของร่างกาย ทำให้ผมคิด การกระทำของเขาไม่ได้บอกกล่าวผมเลย ซึ่งถ้าเผาไปแล้ว ผมจะไม่มีวันทราบเลย.

– สิ่งหนึ่งที่เราอยากรู้ว่ามากคือ ครอบครัวคิดว่าการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากการถูกทำร้าย

คุณแม่ : น่าจะเป็นเหตุประกอบหลายอย่าง พระมงกุฎเองก็บอกหัวใจของน้องเมยมีการเปลี่ยนแปลงแบบนิวเคียส ซึ่งมันเล็กมาก ไม่ได้ส่งผลเยอะ ถ้ามีอะไรไปกระตุ้นมัน คือโรคหัวใจอยู่ดี ๆ มาตายเลยไม่ได้ ทั้งที่ร่างกายแข็งแรงในเด็กวัน 20 กว่า ๆ

– ทราบมั้ยว่าใครกระทำ

พี่สาว : ทราบคะ รู้ทุกคน ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน เพราะว่าเขาเคยไปบอกกับคนอื่น เด็กคนที่กระทำ เขาบอกเขาไม่กล้ามาขอโทษครอบครัว เพราะกระแสสังคมแรงมาก เขาเลยไม่กล้าออกมาขอโทษ เรื่องที่เขาทำเมยตั้งแต่ 23 สิงหาคม จนถึงวันที่เขาเสียชีวิต เป็นเวลายาวนาน เขาน่าจะออกมาขอโทษ แต่เขาก็ไม่เคย 23 สิงหาคม คือวันที่น้องโดนเอาหัวปักพื้น ที่มีผลมาถึงวันเสียชีวิตเพราะเกิดจากความแค้น ที่ตัวเองโดนปลดจากตำแหน่งนั้น เหมือนเพื่อนแค้นแทนเพื่อน เรื่องนี้เป็นหนังเรื่อยาว น้องเมยโดนเล่นมาตลอด

– ทำไมถึงกล้าที่จะออกมาพูดวันนี้

พี่สาว : คือเมยเขารักโรงเรียนของเขามาก เขาปกป้องชื่อเสียงโรงเรียนของเขา เราก็ไม่อยากจะอะไรกับเขามาก แต่วันหนึ่งจิตรใต้สำนึกของแต่ละคนน่าจะออกมาขอโทษให้เราเห็นหน่อย และข่าวทุกอย่างเขาก็ปล่อยกันมาว่าเมยเป็นโรคหัวใจ เมยตายเอง ก็ถึงเวลาที่ที่เราจะต้องพูด

– ถ้าเราขึ้นศาลเราต้องมีพยานและหลักฐาน เรามีพร้อมมั้ย

พี่สาว : คนที่ทำ คณะกรรมการการสอบสวนก็มีรายชื่อ ทางครอบครัวเราเองก็รู้ว่ามีใครบ้าง และก็ดูมาจากของตำรวจมันสอดคล้องจากเด็กที่มาเล่าให้เราฟัง

– เรื่องนี้จะทำยังไงต่อไป

พี่สาว : ก็ต้องไปปล่อยไปตามกระบวนการ ทางหนูเองก็พยายามหาหลักฐานมาโดยตลอด ในมือเรามีแต่เอกสารทางการแพทย์ เรื่องที่หนูมาเล่าวันนี้เป็นข้อมูลลับ ๆ ที่เขาอยากบอก เขาก็รักเมย แต่เขาไม่สามารถออกมาได้ เพราะเขาอยากจะมีชิวิตในโรงเรียนนี้ต่อไป