เธอมาไกลมาก!!! จาก “แม่ค้าตลาดนัด” สู่ธุรกิจใหญ่ยอดขายปีละ 3 ล้าน!! ชุดชั้นในพารวย

จะพาไปดูเรื่องราวของผู้หญิง ที่ไม่มีต้นทุนชีวิตที่สูงนัก แต่เธอสามารถพลิกชีวิตด้วยความสามารถประกอบกับความขยันมั่นเพียร จากแม่ค้าตลาดนัดขายปลีกกางเกงราคาถูกๆ มีเงินทุนเพียง 2,000บาท ถึงก็สามารถขยายธุรกิจภายในเวลา 4 ปี และปัจจุบันยอดขายทะลุ 3 ล้านต่อเดือน และมีกำไร 10-20% ว่าแล้วจะเป็นอย่างไร ตามไปดูพร้อมกัน

ล่าสุด “คุณภาวิดา อาจยุทธิ์” หรือ “น้องใหม่” ก็ได้ออกมาเล่าเรื่องธุรกิจของเธอให้ทุกคนได้ฟังกัน โดยเธอได้เล่าว่า…”จุดเริ่มต้นการทำธุรกิจของน้องใหม่นี้ เกิดจากการเป็นแม่ค้าขายกางเกงในที่ตลาดนัดมาก่อน โดยทุนก้อนแรกต้องบอกเลยว่าไม่มีต้นทุนมากจริง ๆ ใช้เงินแค่ 2,000 บาทเท่านั้น หลังจากที่ทดลองรับกางเกงในมาขายอย่างเดียวในราคาตัวละ 10-20 บาท ปรากฏว่าขายดีมาก พอได้เงินมาก็นำไปหมุนเวียนภายในธุรกิจเรื่อย ๆ กระทั่งมีคนรู้จักเรามากขึ้น”

และในปัจจุบันเธอก็พัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นธุรกิจแบรนด์ “Wow Underwear” บ้านขายกางเกงในและชุดชั้นใน เรตราคาขายส่งชุดชั้นในอยู่ที่ 3.50 บาท เรตราคากางเกงในอยู่ที่ 8.50 บาท รวมยอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ 3 ล้านบาทต่อเดือน และคิดเป็นกำไรประมาณ 10-20%

Wow Underwear เน้นขายผ่านสื่อออนไลน์เฟซบุ๊กและไลน์ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะติดต่อเข้ามารับสินค้าด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องไปขายตามตลาดนัดอีกต่อไป

ทั้งนี้ น้องใหม่บอกเหตุผลที่ทำให้กางเกงในและชุดชั้นในของเธอขายดีว่า…

1. คัดสรรคุณภาพอย่างดี สินค้าต้องมีคุณภาพ ใช่ว่าขายในราคาถูกแล้วคุณภาพไม่ดี

2. เข้าถึงกลุ่มลูกค้า ทำให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

3. เป็นมิตร ไม่แบ่งชนชั้นกับใคร

และเนื่องด้วยธุรกิจ Wow Underwear ขายสินค้ากางเกงใน เสื้อใน ถุงเท้า และเสื้อเด็ก/ผู้ใหญ่ ในราคาถูก กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ที่เราขายส่งให้เขา จะเป็นพ่อค้าแม่ค้าทั่วไป ดังนั้นเมื่อลูกค้ามารับสินค้าของเราประมาณ 2,000 บาทไปแล้ว เขาสามารถคืนทุนได้ทันที

ด้วยเหตุผลต่างๆที่กล่าวไปนี้ ทำให้การขายสินค้ากางเกงใน เสื้อใน ถุงเท้า และเสื้อเด็ก/ผู้ใหญ่ของคุณใหม่ไม่ใช่ธุรกิจทั่วๆไป แต่กลางเป็นธุรกิจที่สามารถทำงานได้อย่างมหาศาลในแต่ละเดือน และพลิกชีวิตให้เธอกลายเป็นเศรษฐีได้เลย แม้ว่าตอนเริ่มต้นจะอาศัยเงินทุนเพียงไม่กี่พันบาทก็ตาม

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก updatesara

เก๋าสุดยอด!!! “สาวไทย” จากเด็กเสริฟ์สู่เจ้าของธุรกิจข้าวมันไก่ชื่อดังในอเมริกา มีเงินติดตัว 70 ดอล แต่พลิกชีวิตจนแทบไม่อยากเชื่อ

บอกเลยว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ไม่ธรรมดาเลยสำหรับ“คุณน้อง” วัยรุ่นไทยได้เดินทางเข้ามาในประเทศยักษใหญ่อย่าง “สหรัฐอเมริกา” มีเงินติดตัวเพียง 70 ดอลลาร์ ซ้ำหนักพูดภาษาอังกฤษไม่เป็น แรกเริ่มในการทำงาน เธอทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ, แม่ครัว เวลาผ่านไป เธอก็สามารถ ลงทุนทำธุรกิจ “ร้านข้าวมันไก่” จนตอนนี้กลายเป็นร้านอาหารไทยที่ดังในอเมริกา และความสามารถของเธอยังไม่หยุดแค่นั้น เพราะล่าสุด เธอขึ้นพูดบนเวที TEDx เวทีระดับโลกเลยทีเดียว

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 11 ที่แล้ว คุณน้อง ตอนนั้นในวัย 23 ปี ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ตอนนั้น เธอตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกกับแฟน มายังเมืองพอร์ตแลนด์, อเมริกา เพราะแฟนหนุ่มของเธอเรียนที่นั้นและได้เลิกลากันไปแล้ว ส่วนเธอยังอยู่ต่อ และหางานทำที่นั้นเลย ในช่วง 3 สัปดาห์แรกเธอพูดอังกฤษไม่ได้ แต่เธอก็ค่อยๆเรียนรู้ภาษาจากการทำงานในร้านอาหาร

คุณน้อง ทำงานแรกเริ่มด้วยการเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหารบุฟเฟ่ ในเวลาต่อมาเธอก็ เข้ามาทำงานในร้านอาหารไทย ชื่อว่า Pok Pok ปีกว่าๆ เธอก็ได้เรียนรู้ในการทำอาหารไทย และเก็บเงินมองหาช่องทางการทำธุรกิจ และในที่สุดเธอก็ตัดสินใจว่าจะทำข้าวมันไก่ขาย แรกๆทางบ้านก็ไม่มีใครเห็นด้วยกับเธอ เธอจึงขอลองสักครั้งด้วยเงินทุนที่ไม่มากมายอะไร

ทำไมต้องข้าวมันไก่? คุณน้องบอกว่า “เพราะว่าเป็นอาหารจานเดียวที่ทานง่าย และเหมาะกับลักษณะการเป็นรถร้าน เธอไม่ได้ไปเรียนทำกับข้าวมาจากที่ไหน แต่ใช้วิธีค่อยๆ หัดทำเอง และเลือกของให้ดีๆ มาปรุง ข้าวมันไก่ปกติห่อละ 6 เหรียญ มาพร้อมน้ำซุปใส และน้ำจิ้ม สามารถเพิ่มเนื้อไก่ได้ในราคาอีก 2 เหรียญ หรือหากหิวมากก็สั่งแบบพิเศษ ห่อใหญ่ ราคา 10 เหรียญเท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกและคุ้ม เพราะแซนวิชในย่านนั้นก็ราคา 8 เหรียญแล้ว”

งานนี้ต้องขอบอกเลยว่า ร้าน “น้องข้าวมันไก่” เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติและคนไทยในนั้นเป็นอย่างมาก พูดกันปากต่อปาก อยู่มาวันหนึ่ง ก็มีสื่อท้องถิ่นอย่าง The Oregonian หนังสือพิมพ์รายวันของโอเรกอน ก็ยังเขียนชมคุณน้องเลย และหลังจากนั้นก็มีสื่อจากอีกหลายๆ ที่มาทำข่าว จนทำให้ชื่อเสียงนั้นแพร่ไปยังอีกหลายๆ เมือง

ขีดความสามารถของคุณน้องได้ฉายแววให้เห็น ในการลงแข่งขันchopped ทางช่อง foodnetwork (คว้ารางวัลชนะเลิศ), เว็บไซต์รีวิวร้านอาหาร Yelp.com (คล้ายๆกับ wongnai ของไทย) รีวิวให้คะแนนข้าวมันไก่ ranking 4.5/5 ดาว เลยทีเดียว

และที่สุดไปกว่านั้น คุณน้อง ได้ขึ้นไปพูดบนเวที TEDx เวทีระดับโลก ซึ่งไม่ง่ายที่จะได้เห็นคนไทยได้ขึ้นเวลาแบบนั้นเพื่อ บรรยายให้ฝรั่งได้ชมได้ฟังถึงความสามารถ ที่มาที่ไปของร้านข้าวมันไก่ของเธอ

คลิป

ข้อมูลและภาพจาก mthai/advancedbizmagazine/campus-star

ขอโอกาส!!! “3 พี่น้องสู้ชีวิต” แบกอ้อย-ขุดมัน หวังให้พี่ชายได้กลับมาเรียนต่อ ม.1 ซึ้งน้ำตาไหล!! ความคิดแกร่งเกินเด็ก

เด็กวัย 13 ,12 และ 5 ขวบ ช่วยกันแบกอ้อย รับจ้างไร่มันสำปะหลัง หวังเก็บเงินให้พี่ชาย ได้กลับเข้าโรงเรียน ตัวแทนของพี่จะทำได้สำเร็จหรือไม่?

ตาชรามาก.. แต่กลับต้องเผชิญฝุ่นจากเตาเผาถ่าน ยายป่วยความดันสูง ต้องรับภาระดูแลหลายชีวิตในครอบครัว เป็นสาเหตุให้ “น้องต้า” เด็กชายวัย 13 ขอออกจากโรงเรียน หลังจากเรียนชั้นม.1 ไปได้เพียง ..เทอมเดียว

“ไม่มีใครบังคับ ผมคิดวิธีออกจากโรงเรียนเอง เพราะเห็นตากับยายทำงานหนัก อยากให้น้องๆไปได้ไกลกว่านี้”

“ต้า” ไม่รู้ว่าการออกจากโรงเรียนก่อนจบการศึกษาภาคบังคับ เป็น ..เรื่องผิดกฎหมาย ..แต่คิดว่าจะสู้ กลับเข้าเรียนด้วยตนเองให้ได้

แม้ต้องแลกกับการทำงานอย่างหนัก. ทั้งในไร่มันสำปะหลัง ไร่อ้อย

ตอน..ตัวแทนของพี่

ตอน..ตัวแทนของพี่
ตูมตาม หรือ เด็กชายธนกฤต พุ่มจันทร์ ชั้นม.1 โรงเรียนบ้านเขากรวด อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี และน้องโต๋ ด.ช.ภัคพล พุ่มจันทร์ ชั้นอนุบาล โรงเรียนบ้านไพรงาม ตื่นไปช่วยพี่ชายรับจ้างตัดอ้อย ทุกๆเช้า วันเสาร์และอาทิตย์ โดยมีพี่ชายวัย 13 ปีสอนน้องๆทำงาน ทั้งการตัด มัด ค่าจ้างมัดละ 3 บาท

คุณครูประจำชั้นเล่าให้ฟังว่า “ตอนอยู่ ชั้นป.5 ลูกศิษย์เคยประสบอุบัติเหตุโดนมีดฟันที่ขา เพราะไปรับจ้างตัดอ้อย” แม้จะรู้สึกสงสารแต่ก็เป็นความจำเป็นที่ต้อง รับจ้างสู้ชีวิต ช่วยตายายที่แก่ชรา ต้องดิ้นรนช่วยกันทำงาน ไม่รู้ว่าอนาคตของเด็กๆจะเป็นอย่างไรต่อไป ครูได้ให้กำลังใจพวกเขาอยู่

ข้อมูลเพิ่มเติม :

https://www.facebook.com/sarnrakkonkeng

สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับน้องตูมตาม | ด.ช.ธนกฤต พุ่มจันทร์ | เยาวชนสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง

ที่บัญชี

ด.ช.ธนกฤต พุ่มจันทร์  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขา บ่อพลอย เลขที่ 193-1-35107-9 #การให้โอกาสคือการให้อนาคต #ตัวแทนของพี่

ชีวิต “แม่” ขออุทิศเพื่อลูก!!! ยายชราเก็บขวดขายเลี้ยงลูกพิการสมอง สัญญาจะไม่ทิ้ง!! ซึ้งน้ำตาท่วมโซเชียล

กลายเป็นเรื่องราวสุดเศร้าบนโลกออนไลน์ เมื่อสมาชิคเฟสบุ๊ค  “Poramet Misomphop” ได้โพสต์ภาพพร้อมบอกเล่าเรื่องราวสุดน่าสงสาร ของยายชราไม้ใกล้ฝั่ง วัย 90 ปี ที่ต้องเดินหาเก็บเศษขยะขาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดูลูกสาว วัย 65 ปี ที่พิการทางสมอง ทั้งนี้ ผู้โพสต์ระบุว่า “แรงสุดท้ายของหญิงชรา ” จำเอาไว้นะลูก…ถึงแม้แม่จะไม่อยู่ดูแลลูกไปตลอดชีวิตของลูก แต่แม่คนนี้จะอยู่ดูแลลูกไปตลอดชีวิตของแม่

   หากตอนนี้คุณอายุ 90 ปี คุณกำลังทำอะไรอยู่…? บางคนอาจใช้ชีวิตกับลูกหลานอย่างมีความสุข บางคนอาจจะล้มหมอนนอนเจ็บป่วยอยู่บนเตียง บางคนอาจยังพอมีแรงใช้ชีวิตทำบุญอยู่ในวัด แต่…!!!สิ่งที่เมศเห็นหญิงวัย 90 ปี คนนี้ทำอยู่ คือ…เดินเก็บขยะ เดินเก็บขวดแก้ว ขวดพลาสติก ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น ตากแดด ตากฝน เพื่ออะไร..ก็เพื่อนำไปขายได้เงินเพียงไม่กี่สิบบาท เอาไปซื้อข้าว ซื้อน้ำ ซื้อยา.. หากขายได้ไม่เยอะ ตัวคุณยายก็จะซื้อกับข้าว ซื้อข้าว เพียงถุงเดียว แล้วเดินกลับบ้าน…พอถึงบ้าน ก็เอาข้าวใส่จาน เอามาให้ลูกสาววัย 65 ปี ที่มีอาการป่วยเป็นโรคประสาทได้กิน ส่วนตัวคุณยาย ถึงแม้ตัวเองจะหิวมากเพียงใด แต่ด้วยความเป็นแม่จึงได้พูดแค่ว่า… ” กินเถอะแม่ไม่หิว “

   หญิงชรา 2 คนที่พักอยู่ในบ้านที่ทรุดโทรม หลังคารั่ว หลังนี้ มันเป็นภาพที่คนแถวนั้นชินตา บางคนเห็นแล้วสลด บางคนเห็นแล้วหดหู่ แต่ก็ช่วยได้แค่ หยิบยื่นข้าวปลาอาหาร ที่พอจะให้ได้ เพื่อ 2 แม่ลูกได้กินประทังชีวิต ย้อนกลับไปในอดีต..คุณยายมีลูก 3 คน สามีเสียชีวิต ลูกชาย เสียชีวิต ลูกสาวอีกคน ก็หายหน้าไปมากว่า 4 ปีแล้ว ตอนนี้คุณยายอยู่กับลูกสาวที่พิการทางสมอง ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จะนั่งพูดอยู่คนเดียว ตลอดเวลา ตั้งแต่อายุ 18 จนถึงปัจจุบัน ด้วยวัยชราไม้ไกลฝั่ง

  แต่ด้วยความรักของแม่คนนี้ที่มีต่อลูก ต่อให้เหนื่อยมากขนาดไหน หญิงชราคนนี้ทำได้ทุกอย่าง ต้องอด ต้องทน ก็ถึงคำคำนี้ จำเอาไว้นะลูก…” ถึงแม้แม่จะไม่อยู่ดูแลลูกไปตลอดชีวิตของลูก แต่แม่คนนี้จะอยู่ดูแลลูกไปตลอดชีวิตของแม่ ” เบื้องต้นเมศได้ให้เงินกับคุณยายไว้เป็น ค่าข้าว ค่ายา ใช้จ่ายชีวิตประจำวันจำนวนหนึ่งคุณยายกับลูกพักอาศัยอยู่ที่ ตำบล บางปูใหม่ อำเภอ เมือง จังหวัด สมุทปราการ คุณยาย และลูกสาวได้รับเบี้ยยังชีพ 2 คนรวมกัน 1,400 บาท

   หากเพื่อนๆพี่ๆต้องการช่วยเหลือคุณยาย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 080-775-3230 เมศ เจ้าชายน้อย คำว่า แม่ มันเป็นคำที่ยิ่งใหญ่ ถึงแม้ว่าตัวเองจะเหลือลมหายใจที่จะอยู่ดูแลลูกคนนี้ อีกไปนาน แต่แม่คนนี้จะทำทุกอย่าง ด้วย ” แรงสุดท้ายของหญิงชรา ” ที่เรียกว่า แม่”

ที่มา : Poramet Misomphop

ใจสู้สุดยอด!!! “ครูสาว” ใจเด็ด โอดไม่เจ็บปวด หลังลุยน้ำเสี่ยงชีวิตนำอาหารไปส่งเด็กนักเรียน

จากกรณี ครูสาวคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บจากกระแสน้ำซัด ถึงขั้นสะบ้าหัวเข่าหลุด ขณะที่กำลัง ช่วยกันขนอาหารกลางวันฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเฉี่ยวและฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำอาหารกลางวันไปให้นักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยหมูพิทยา อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน จน เจ้าหน้าที่และครูต้องช่วยกันหามข้ามลำห้วยออกไปส่งโรงพยาบาลอย่างทุลักทุเล กราบหัวใจครูสาวแบกอาหารกลางวันนักเรียน ฝ่าน้ำป่าจนหัวเข่าหลุด

ล่าสุดสมาชิกเฟสบุ๊คชื่อ เชียงใหม่นิวส์ Chiang Mai News  ได้เปิดเผยความคืบหน้าอาการของครูอ้อ ซึ่งได้รับบาดเจ็บจนสะบ้าหัวเข่าหลุด โดยระบุข้อความว่า “คำว่าครูเป็นได้ด้วยใจ และหนูดีใจที่ได้เป็นครู แต่ ณ เวลานั้นมันเจ็บแสนจะทน จนต้องร้องไห้ออกมา..” คำพูดของครู อ้อ หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น และให้กำลังครูอ้อเป็นจำนวนมาก สู้ๆต่อไปนะครับคุณครู

ลูกขอทำตามสัญญา!!! ฝัง “BMW” คันใหม่ให้พ่อ พร้อมบางสิ่งที่ทำเอาหลายคนถึงกับงง !! เพิ่งเคยเจอ

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เศรษฐีหนุ่มรายนี้ ทราบชื่อว่า นายอาซูบูอีเค เคยสัญญากับพ่อมาตลอดว่า สักวันหนึ่ง พ่อจะมีรถคันใหม่ แต่พ่อเสียชีวิตก่อน ลูกชายจึงควักเงินสด 2.8 ล้านบาท เพื่อซื้อรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูคันหรูเป็นโลงศพให้พ่อ

ในโซเชียลมีเดียเผยแพร่รูปถ่ายขณะที่คนนำรถบีเอ็มลงหลุมศพขนาดใหญ่และความลึก 1.8 เมตร

ด้านเว็บไซต์ NAIJ.com รายงานว่า เศรษฐีหนุ่มสูญเสียพ่อไม่นานนี้และตัดสินใจซื้อรถเก๋งหรูเพื่อเป็นเกียรติแก่พ่อสำหรับการเดินทางครั้งสุดท้ายของชีวิต ขณะที่ชาวบ้านบางคนพูดติดตลกว่า รถเก๋งบีเอ็มคันดังกล่าวมาพร้อมระบบพิกัดนำร่องดาวเทียมเพื่อช่วยให้พ่อของเขาหาทางไปสู่ประตูสรวงสวรรค์

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้เฟซบุ๊กต่างแสดงความไม่พอใจที่เขาจ่ายเงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย ควรซื้อรถให้พ่อแม่ตอนยังมีชีวิตหากคุณมีเงิน และฝังพ่อแม่ในโลงศพธรรมดาดีกว่า ส่วนการกระทำของหนุ่มเศรษฐีเป็นการแสดงความโง่เขลาออกมา

สาวไปไหว้ศาลขอโชคลาภ!!! เจอพ่อปู่มาให้เลขเด็ดเต็มๆ แทบวิ่งไม่ทัน

มาแล้วจ้า ใกล้เข้ามาทุกวันแล้ว กับวันที่นักเสี่ยงโชคทุกคนรอคอย สำหรับวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน ซึ่งเป็นวันออกสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งเป็นความหวังของคนในหลายชนชั้นที่จะถูกลางวัลก้อนใหญ่ได้เงินก้อนโต

ล่าสุด เฟสบุ๊ค โรส เลดี้ ‘บีบี จ๋า ได้โพสคลิปของศาลพ่อปู่แห่งหนึ่งพร้อมระบุว่า เจ้าปู่มาไห้โชคลาภ

“หนุ่มฝรั่ง” นั่งร้องเพลงแลกเงิน พอรู้ความจำเป็น น่าสงสารคนแห่บริจาคเพียบ

เรื่องฝรั่งต่างชาติเกรียนๆนี่ก็มีให้เห็นกันอยู่ทุกวัน โดยเฉพาะตามสถานที่เที่ยวยามราตรี แต่อันที่จริงแล้ว ชาวต่างชาติที่ดีๆ มีมารยาท รู้จักอะไรเป็นอะไร ก็มีเยอะนะ แต่บางครั้งไม่มีใครรู้ เพราะไม่มีใครมาป่าวประกาศไง ล่าสุด สมาชิคเฟสบุ๊ค ฟัด รามคำแหง โพสคลิปเหตุการชาวต่างชาติร้องเพลงพร้อยภาชนะใส่เงิน พร้อมระบุว่า

.

ขอค่าตั๋วกลับบ้านคับ ดีกว่าไปนั่งขอเงินคนเฉยๆกว่าเยอะคับ สถานที่สนามกีฬาหัวหมากคับตรงสนามเด็กเล่นคับ.

ทะเลาะกันพอรึยัง!!! ดีกันยามมีลมหายใจ ดีกว่ามาบอกรักในวันสิ้นลม

เรื่องของการจากนั้น ไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากไปแบบไม่มีวันกลับ ก็เสียใจมากพอๆกัน ล่าสุดเพจเฟสบุ๊ค คลิปมันโดน.  โพสข้อความระบุว่า

ทะเลาะกันพอแล้วยัง?
งอนกันพอแล้วยัง?
งี่เง่ากันพอแล้วยัง?
บ่นกันพอแล้วยัง?
โกรธกันพอแล้วยัง?
โมโหกันพอแล้วยัง?
ละเลยกันพอแล้วยัง?
เมื่อไหร่จะใส่ใจกัน?

คิดว่าพรุ่งนี้คุณจะยังมีเขาอยู่ในชีวิตไหม?
ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้อยู่กับเขา
คุณก็จะยังทำตัวละเลยแบบนี้หรอ?

คุณไม่คิดจะทำอะไรดีๆให้กันบ้างหรอ?
ไม่คิดจะดูแลเขาให้เหมือนว่าวันนี้
เป็นวันสุดท้ายที่จะได้อยู่ด้วยกัน
ไม่คิดจะเอาใจใส่กันเหมือนวันแรกที่ได้เขามาครอบครอง

ถามใจตัวเองดูว่าทุกวันนี้คุณทำหน้าที่
คนรักได้อย่างเต็มที่แล้วหรือยัง?

ต้องเสียน้ำตาก่อนใช่ไหม ถึงจะเห็นความสำคัญ?

โปรดให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
“ก่อนที่เวลาจะพรากจากไป”

โปรดใส่ใจคนที่อยู่ข้างๆกาย
” ก่อนที่จะไม่มีใครอยู่ข้างๆคุณ”

#อย่าหาว่าไม่เตือน

#เเท็กแฟน

Cr. ไม้ สุรดิษ

หัวใจไม่พิการ!!! “ชายหนุ่มขาขาด” นั่งพับดอกกุหลาบจากหลอดขายประทังชีวิต พอรู้ราคาทำเอาน้ำตาไหล!! กว่าจะได้แต่ละชิ้น

วันที่ 14 มิ.ย. 61 เพจเฟสบุ๊ค คลิปดังคลิปเด็ด โพสเรื่องราวของชายพิการคนหนึ่งที่ตั้งใจทำอาชีพสุจริตถึงแม้รายได้จะน้อยนิด โดยระบุว่า

••1 แชร์ต่อลมหายใจ!!!

•ผ่านไปตลาด •บางนา เดินผ่านพี่ผู้ชายคนหนึ่งนั่งทำดอกไม้อยู่แกเป็นคนพิการขาขาดข้างนึงเลยถามแกว่าขายดอกละเท่าไหร่แกบอกดอกละ 5 บาท ก็เลยช่วยอุดหนุนซื้อมา ดอกไม้ทำจากหลอดดูดน้ำดูแกตั้งใจทำเรื่อยๆกว่าจะทำได้ทีละอันก็ใช้เวลาพอสมควร ราคาอาจจะไม่สูงมากแต่ก็ถือว่าได้หยิบยื่นช่วยเหลือกันในสังคม ใครอยากช่วยอุดหนุนเชิญได้ที่ตลาดสี่แยกบางนาอยู่ใกล้ๆสะพานลอยแรกเลยตรงข้ามแว่นท็อปเจริญข้างๆวินมอเตอร์ไซค์หัวมุมถนนสรรพวุธ